รู้แล้วน้องโยโย่ไปกับใคร ลวงเที่ยวเชียงใหม่ เชิงชู้สาว เจอข้อหาหนัก

ที่แท้คุณพ่อเพื่อนร่วมห้อง ชวน “น้องโยโย่” ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์พาเที่ยวถึงเชียงใหม่ รู้อยู่เต็มอกสัมพันธ์เชิงชู้สาว เช่าห้องอยู่ด้วยกัน ผู้การเชียงใหม่สอบปากคำด้วยตัวเอง แจ้งข้อหาหนัก

จากกรณี น้องโยโย่ (ขอสงวนชื่อจริง) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่หายตัวไปจากบ้านตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทางครอบครัวได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. เพื่อให้ช่วยติดตามตัวน้องโยโย่ เพราะเกรงว่าจะถูกคนร้ายล่อลวงไปในทางไม่ดี ตามที่มีข่าวเสนแไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดกองปราบปราม และชุดสืบสวนจังหวัดเชียงใหม่ บุกเข้าตรวจสอบหอพักแห่งหนึ่ง บริเวณถนนลิขสิทธิ์ราษฎร์ วิถี ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีผู้แจ้งเบาะแสพบตัว “น้องโยโย่” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้มีคนจำรูปร่างและลักษณะหน้าตาของเด็กหญิงคนดังกล่าวได้ จึงได้มีการประสานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้มารับตัว

เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการตรวจสอบก็ได้พบ “น้องโยโย่” และนายรณชิต บำรุงจิต อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 181/168 .ประชาราษฎร์ 2 แขวงบางซื่อ เขต บางซื่อ กทม. ซึ่งอาศัยอยู่ในห้องด้วยกัน จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้แยกสอบทั้งคู่ซึ่ง “น้องโยโย่” ได้สอบปากคำกับ พนักงานสอบสวนหญิง และนายรณชิต มี พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เป็นผู้สอบปากคำด้วยตัวเอง

พล.ต.ต.พิเชษฐ เปิดเผยว่า หลังจากเสร็จสิ้นการสอบปากคำนายรณชิต เจ้าตัวยอมรับว่าได้ชักชวน “น้องโยโย่” ผู้เสียหายซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นมาเที่ยวเรื่อยๆ โดยแวะตามข้างทางกระทั่งมาสิ้นสุดที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อ 3 วันก่อน จากนั้นพอตำรวจได้รับเบาะแสจึงทำการเข้าตรวจค้นและจับกุม โดยนายรณชิตนั้นถูกแจ้งข้อหา “พรากเด็กไม่เกินอายุ 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันสมควร”

“ส่วนน้องโยโย่นั้น ได้ประสานเจ้าหน้าที่ พม. มารับตัวไปอยู่ในความดูและตามกระบวนการทางกฏหมาย ส่วนแรงจูงใจนั้นมาจากการที่ นายรณชิตนั้นมีลูกสาวที่เป็นเพื่อนกับน้องโยโย่ จากนั้นก็มีความสนิทสนมกันในลักษณะชู้สาว

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ฝากขังผู้ต้องหาไว้ที่ สภ.แม่ปิง เมืองเชียงใหม่ เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 มาติดต่อขอรับตัวไปดำเนินคดีในพื้นที่เกิดเหตุต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ มาตรา 317 “ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกพันบาทถึงสามหมื่นบาท.

ทีมา:thairath

Facebook Comments