ศัลยแพทย์สาว จบเส้นทางชีวิตหมอ หลังเข้ากะ 180 ชม.รวด แต่กลับโดนด่าว่าสำออย

อาชีพแพทย์ หรือหมอ นับว่าเป็นความฝันของใครหลายๆคน จนกว่าจะได้มาทำจริงๆแม้ว่าค่าตอบแทนจะสูงลิ่ว แต่ต้องแลกมาด้วยความรับผิดชอบ ความเหน็ดเหนื่อยทั้งร่างกายและจิตใจ เช่นเดียวกับ ศัลยแพทย์สาว ชาวญี่ปุ่นรายนี้

ดร.ยูมิโกะ คาโดตะ ศัลยแพทย์วัย 31 ปี แบ่งปันประสบการณ์เป็นหมอสุดหฤโหดเมื่ออดีตที่ผ่านมาลงบล็อกของตัวเอง เมื่อครั้งยังเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาล Bankstown-Lidcombe เธอเล่าว่าจุดเริ่มต้นของการใช้งานเยี่ยงทาสเกิดขึ้นในเดือน ก.พ. ปีที่แล้ว ซึ่งเธอขอนิยามให้มันว่าเป็น “การทำงานที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต” เพราะเธอต้องเข้าเวรทั้งกะเช้ากะดึก ยาวนานติดต่อกัน 180 ชั่วโมง จนแทบไม่ได้กิน ไม่ได้นอน กิจกรรมอื่นๆก็ไม่เคยได้ทำอย่างคนทั่วไปเลย

ยูมิโกะแจงรายละเอียดการทำงานในแต่ละวันว่า เธอถูกเรียกให้เข้างานตั้งแต่เช้าวันจันทร์ 7.30 น. แล้วก็อยู่ยาวนานจนถึงสี่โมงเย็นของอีกวันจันทร์หนึ่ง ซึ่งช่วงเวลานี้เธอต้องเตรียมพร้อมโดนเรียกไปทำงานตลอดเวลา คิดดูความรู้สึกของคนที่มัวแต่พะวงกับงานจนไม่สนุกกับกิจกรรมอะไรที่อยู่ตรงหน้าเลย “สัปดาห์แรกของการทำงาน ฉันตื่นมารับโทรศัพท์ทุกคืน บางคืนก็ตอนเที่ยงคืนบ้าง บางคืนก็ล่อมาตอนตี 3 บ้าง จะพักหายใจได้ก็ตอนกลางคืนของวันจันทร์ แล้วก็ตื่นเช้ามาทำงานในวันรุ่งขึ้น ลากยาวยันวันศุกร์” ยูมิโกะเล่า

แน่นอนว่ามันส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเธอเป็นอย่างมาก ต้องคอยระแวงว่าจะมีโทรศัพท์จากโรงพยาบาลมาตามเธออีกเมื่อไหร่จนไม่เป็นอันทำอะไรทั้งสิ้น มีครั้งหนึ่งเธอโดนโทรตามตัวมาที่โรงพยาบาลตอนตี 3 เธอทำเสียงตื่นตระหนกประมาณว่ามันใช่เวลามาเรียกเธอไหม?

แล้วคนปลายสายก็ตอบเธอมาว่า “อย่ามาทำเป็นสำออยเลย” จากที่ร่างกายก็ไม่ไหวอยู่แล้ว สภาพจิตใจของเธอก็เริ่มย่ำแย่จนสุดท้าย ในเดือน มิ.ย. เธอก็ตัดสินใจลาออก แม้ว่านั่นจะทำให้เธอติดแบล็กลิสต์ก็ตาม หลังจากลาออกมาแล้ว ยูมิโกะพบว่าตัวเองยังต้องเผชิญกับภาวะทางจิตที่หวาดผวาอยู่ตลอดเวลา ตื่นทุกๆ 2 ชั่วโมงเพราะตกใจกลัวว่าจะมีคนโทรมาตามทั้งที่จริงไม่มี ทำให้เธอเป็นโรคนอนไม่หลับและมีอาการ PTSD เล็กๆและต้องเข้าโรงพยาบาลอยู่ 6 เดือน

สุดท้ายยูมิโกะ กล่าวสรุปเรื่องราวของตัวเองว่าปัจจุบัน เธอยังมีหวังอยู่เล็กๆว่าจะกลับเข้าสู่วงการศัลยกรรมได้อีกครั้ง แต่ตอนนี้เธอต้องคว้าทุกโอกาสในการเยียวยาชีวิตเธอ ให้หายจากบาดแผลในใจเมื่อครั้งยังทำงานอยู่ที่เก่าให้ได้ “ฉันยังอยากเป็นหมอผ่าตัดอยู่นะ ไม่ว่าจะเป็นหมอศัลยกรรม หรือหมอกายวิภาคก็ได้ แต่ตอนนี้ฉันยังตัดสินใจอะไรไม่ได้ เพราะต้องฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของตัวเองก่อน ช่วงที่ว่างฉันก็ใช้เวลาอ่านหนังสือ เล่นโยคะ อะไรก็ได้ที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดให้ตัวเอง และเมื่อถึงวันที่ฉันพร้อม ฉันจะกลับไปเป็นหมออีกครั้ง” ยูมิโกะกล่าวปิดท้าย

Images Instagram / Dr. Yumiko Kadota (@mindbodymiko)

Images Instagram / Dr. Yumiko Kadota (@mindbodymiko)

ขอบคุณทีมา:siamnews.com

Facebook Comments