สาวไปซื้อทองที่ห้างดัง ผ่านไป 8 เดือน กลับไปขายร้านเดิม ลมแทบจับ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.อทิตยา เจตภักดีสกุล อายุ 49 ปีอยู่บ้านเลขที่30 / 2 ซอยนาคบำรุง แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ได้นำทองปลอมนำหนัก 1 บาทเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.อมรวัฒน์ ปานดี สว (สอบสวน) สภ.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

น.ส.อทิตยา กล่าวว่า ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2561 ตนเองได้ไปซื้อทองรูปพรรณที่ห้างทองแห่งหนึ่ง บริเวณชั้นใต้ดิน ในห้างชื่อดังใจกลางเมืองศรีราชา ซึ่งในวันดังกล่าวทางร้านทองได้จัดโปรโมชั่นทำให้มีลูกค้าเป็นจำนวนมากและมีพนักงานขายของในร้านทองจำนวนหลายคน ซึ่งตนเองได้นำแหวนทองคำหนัก 1 สลึง จำนวน 2 วง ไปเปลี่ยนเป็นสร้อยข้อมือ 1 บาท ต่อมาตกลงซื้อสร้อยข้อมือหนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น และพนักงานของร้านได้ชั่งน้ำหนักพบว่ามีน้ำหนัก 15.2 กรัม หลังจากนั้นตนเองได้รับทองกลับมา
จนกระทั่งวันนี้ตนได้นำสร้อยข้อมือที่ซื้อมาจากทางร้านไปขายกับร้านเดิม แต่ได้รับแจ้งจากพนักงานว่าทองคำดังกล่าวไม่ใช่ของทางร้าน ทั้งที่มีใบรับประกันสินค้าที่ออกจากทางร้าน ออกโดยพนักงานขาย ซึ่งทางร้านชี้แจงพนักงานที่ขายทองคำให้ได้ออกไปนานแล้ว ทำให้ตนเองได้รับความเสียหายจึงเดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน

น.ส.อทิตยา กล่าวต่อว่า ในวันที่เกิดเหตุได้มีลูกค้าเข้ามาในร้านทองเยอะแยะมาก หลังซื้อทองเสร็จก็เดินทางกลับบ้านทันที และนำทองไปเก็บไว้อย่างดี แม้แต่คนในบ้านยังไม่รู้เลยว่าตนเองเก็บสร้อยทองไว้ที่ไหน เป็นไปได้หรือไม่ว่าพนักงานคาดจะอาศัยช่วงที่คนเยอะ จึงสับเปลี่ยนสร้อยทองปลอมใส่กล่องให้ตนเอง และตนเองก็ไม่ได้สนใจอะไรรับเสร็จก็ใส่กระเป๋าเลย โดยไม่ได้ตรวจว่าใช่สร้อยทองที่ชั่งน้ำหนักหรือไม่

จากนั้นชุดสืบสวนได้พาผู้เสียหายไปที่ร้านทอง แต่ร้านทองปฏิเสธที่จะให้นักข่าวถ่ายภาพ บอกเพียงว่าพนักขายทองให้ผู้เสียหายได้ออกไปนานแล้วทั้งที่ยังไม่ผ่านโปรการทำงาน ขณะร้านค้าที่อยู่ใกล้กับร้านทองดังกล่าวได้มากระซิบผู้เสียหายว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ศรีราชา จะได้รวบรวมข้อมูลและจะขอเช็คกล้องวงจรย้อนหลัง เพื่อหาแนวทางในการสวนสวนเพื่อคลี่คลายคดีนี้ต่อไป

ทีมา:siamnews.com

Facebook Comments